กรมโรงงานฯ ร่วมให้ความเห็น เพื่อบูรณาการแผนจัดการซากแบตเตอรี่ยานยนต์ไฟฟ้า รับมือยอดใช้พุ่ง 5.4 ล้านคัน ในปี 2573
- Kanokwan Olanrungreang
- 13 มี.ค.
- ยาว 1 นาที

กรมโรงงานอุตสาหกรรมเข้าร่วมหารือการจัดการซากแบตเตอรี่ยานยนต์ไฟฟ้า ร่วมกับหน่วยงานของกระทรวงอุตสาหกรรม ในการป้องกันไม่ให้เกิดปัญหากากอุตสาหกรรมในอนาคต
ปัจจุบันประเทศไทยมีปริมาณรถยานยนต์ไฟฟ้าสะสมประมาณ 1 ล้านคัน และคาดว่าจะมีแนวโน้มสะสมจำนวน 5.4 ล้านคัน ภายในปี พ.ศ. 2573 ซึ่งโดยทั่วไปยานยนต์ไฟฟ้าจะมีอายุการใช้งานแบตเตอรี่เฉลี่ย 12 ปี หรือ 300,000 กิโลเมตร ทำให้อนาคตอันใกล้จะมีแบตเตอรี่ยานยนต์ไฟฟ้าที่หมดอายุการใช้งานเกิดขึ้นในประเทศเป็นจำนวนมาก ซากแบตเตอรี่ใช้แล้วจึงต้องถูกจัดการอย่างถูกวิธี เนื่องด้วยเป็นขยะที่มีส่วนประกอบที่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม แต่ในขณะเดียวกันยังมีวัตถุดิบที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ ตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่ต้องบริหารจัดการซากแบตเตอรี่ยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อให้มีแนวทางการดำเนินการที่เหมาะสมสำหรับบริบทประเทศไทย นำไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน
เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2569 กรมโรงงานอุตสาหกรรม จึงได้ประชุมหารือเกี่ยวกับการจัดการซากแบตเตอรี่ยานยนต์ไฟฟ้าและการปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง บนพื้นฐานการบูรณาการการดำเนินงานร่วมกันกับหน่วยงานอื่นๆ ในสังกัดกระทรวงอุตาหกรรม ตามนโยบายกระทรวงอุตสาหกรรมและแนวทาง MIND AS ONE เพื่อบริหารจัดการ แก้ไขปัญหา รวมถึงมาตรการและการป้องกันไม่ให้เกิดปัญหากากอุตสาหกรรมในอนาคต ภายใต้การบังคับใช้กฎหมายที่เป็นมาตรฐาน
โดยการประชุมในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งในการตรวจสอบ “การบริหารจัดการกากอุตสาหกรรม” ภายใต้คณะกรรมการตรวจสอบและประเมินผลประจำกระทรวงอุตสาหกรรม (ค.ต.ป.อก.) โดยมีอดีตผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม ผู้แทนสำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม และสถานบันยานยนต์ เข้าร่วมการประชุม ณ อาคารสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม





ความคิดเห็น