PPP Plastics ขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน หนุนเป้าความยั่งยืนและเป็นกลางทางคาร์บอน
- Kanokwan Olanrungreang
- Apr 30
- 1 min read

โครงการความร่วมมือภาครัฐ ภาคธุรกิจ และภาคประชาสังคม เพื่อการจัดการพลาสติกและขยะอย่างยั่งยืน หรือ PPP Plastics ได้จัดการประชุม PPP Plastics Network Meeting: Driving Circularity Ecosystem เพื่อแลกเปลี่ยนความก้าวหน้าและทิศทางการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนของพลาสติกในประเทศไทย โดยมีองค์กรสมาชิกจากหลากหลายภาคส่วนเข้าร่วม
โครงการความร่วมมือภาครัฐ ภาคธุรกิจ ภาคประชาสังคม เพื่อจัดการพลาสติก และขยะอย่างยั่งยืน หรือ Public Private Partnership for Sustainable Plastics and Waste Management (PPP Plastics) ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2561 ภายใต้การนำของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (FTI) และองค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (TBCSD) รวมทั้งองค์กรพันธมิตรกว่า 30 องค์กรทั้งจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคธุรกิจ และภาคประชาสังคม โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อลดขยะพลาสติกในทะเลไทยไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50 ภายในปี พ.ศ. 2570 [1]
PPP Plastics มีบทบาทสำคัญยิ่งในการสร้างความเปลี่ยนแปลงที่เป็นคุณประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมและเศรษฐกิจ ในช่วงที่เกิดการเรียกร้องให้เลิกและลดการผลิตเม็ดพลาสติกจาก โดยที่รัฐบาลยังไม่มีนโยบายรองรับ และแนวคิด Circular Economy ยังไม่แพร่หลาย นำมาสู่ความร่วมมือในการจัดตั้ง PPP Plastics ที่ให้โอกาสในการเข้าถึงข้อมูลแก่ภาครัฐ ทำให้ภาครัฐกำหนดนโยบายการจัดการพลาสติกที่เป็นประโยชน์ ทั้งต่อสิ่งแวดล้อม ต่ออุตสาหกรรมทั้งระบบ และต่อเศรษฐกิจของประเทศ ทั้งนี้ความร่วมมือของเครือข่าย PPP Plastics ช่วยให้การพัฒนาระบบนิเวศหมุนเวียนพลาสติกของประเทศได้รับการสนับสนุนทั้งด้านเงินทุนและทรัพยากรจากองค์กรระดับโลก อาทิ ธนาคารโลก (World Bank), องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมนี (GIZ), Alliance to End Plastic Waste (AEPW) รวมถึงหน่วยงานในประเทศไทยและการลงทุนจากองค์กรสมาชิก ส่งผลให้การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการจัดการพลาสติกอย่างยั่งยืนมีความก้าวหน้า
หนึ่งในโครงการสำคัญคือ ‘Smart Recycling Hub’ ซึ่งเป็นฮับรีไซเคิลครบวงจรที่ตั้งเป้านำพลาสติกใช้แล้วคุณภาพสูงกลับเข้าสู่ระบบการผลิตอย่างน้อย 50,000 ตันต่อปี และการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการจัดตั้งศูนย์นวัตกรรมคัดแยกขยะและแปรรูปวัสดุแบบสะอาด (Clean Material Recovery Facility: Clean MRF) ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและเขต EEC เพื่อยกระดับระบบรีไซเคิลของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม [2]
ที่มา:

